“โรม” นำ กมธ.มั่นคงฯ พบ “บิ๊กต่อ” ติดตามแก้ “ส่วย – แก๊งคอลเซ็นเตอร์”

“โรม” นำ กมธ.มั่นคงฯ พบ “บิ๊กต่อ” ติดตามแก้ “ส่วย – แก๊งคอลเซ็นเตอร์”

วันที่ 13 พ.ย. 2566 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดน ยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร พร้อมคณะ เข้าหารือกับ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

นายรังสิมันต์ กล่าวว่า วันนี้มาเยี่ยมเยือน ผบ.ตร.เพื่อปรึกษาหารือ พร้อมกับให้กรรมาธิการทุกท่านได้มีโอกาสแลกเปลี่ยน และเสนอความคิดเห็น ซึ่ง กมธ.ความมั่นคงฯ ก็พยายามที่จะสานความสัมพันธ์กับทุกหน่วยงาน โดยเฉพาะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงที่จะต้องทำงานร่วมกัน โดยวันนี้ก็มีหลายประเด็นที่ต้องแลกเปลี่ยนกัน เช่น
ติดตามความคืบหน้าในเรื่องส่วยตำรวจ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ เรื่องตำรวจจีนที่จะดึงมาร่วมลาดตระเวนเพื่อดูแลนักท่องเที่ยวจีน โดยเรื่องนี้จะต้องมีการสอบถามกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขออย่ามองว่าเรามาจะตรวจสอบแบบเอาเป็นเอาตาย หลักการ คือ เราจะทำงานร่วมกันอย่างไรเพื่อเอาผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นที่ตั้งมากที่สุด

นอกจากนี้ ยังมาติดตามความคืบหน้า การช่วยเหลือคนไทยที่ติดค้างในเมืองเล้าก์ก่าย ในประเทศเมียนมา โดยทางง กมธ.ความมั่นคงฯ จะเชิญตัวแทนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงกลาโหม มาพูดคุยกันในวันที่ 16 พ.ย. นี้ และหวังว่าคนไทยจะได้รับการช่วยเหลือโดยเร็ว

ทั้งนี้ ภายหลังการหารือเป็นไปด้วยดี ถือเป็นการเริ่มต้นที่ดีของคณะกรรมาธิการฯ ที่จะต้องขอความร่วมมือจากตำรวจหลายเรื่อง ได้เห็นภาพรวมการทำงานเกี่ยวข้องกับความมั่นคงของตำรวจ ซึ่งเรามีทั้งคำถามและข้อเสนอแนะว่ามีเรื่องใดบ้างที่เราจะสามารถช่วยได้ในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติ อาทิ การพิจารณางบประมาณ

ส่วนภารกิจการช่วยเหลือคนไทยออกจากพื้นที่สู้รบ ในเล้าก์ก่าย เมียนมา นั้น เราได้มีการติดตามและประสานงานกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เบื้องต้น ในวันที่ 16 พ.ย. นี้ สตช. ต้องส่งผู้เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้โดยตรงมาพูดคุยต่อไป ยืนยันว่า เรื่องนี้ไม่ใช่การมาตรวจสอบหรือจับผิดกัน แต่หลักการอยู่ที่การช่วยเหลือคนไทยออกมาให้ได้ เพราะสถานการณ์ในเมียนมาร์ขณะนี้ ค่อนข้างน่าหนักใจ ซึ่ง ผบ.ตร.มีแนวทางว่า เราจำเป็นต้องร่วมมือกับประเทศอื่นเพื่อช่วยเหลือคนไทยต่อไป ถือเป็นทิศทางที่ดี ขอให้มั่นใจว่าเราพยายามทำทุกวิถีทาง บูรณาการความร่วมมือทุกฝ่ายในการช่วยเหลือกลับมาสู่มาตุภูมิได้อย่างปลอดภัย

ส่วนเรื่องยาเสพติด เราได้รับข้อมูลว่า ยาเสพติดถือเป็นภารกิจสำคัญของเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ต้องยอมรับว่าไม่ใช่เรื่องง่าย ส่วนหนึ่งพบว่าเป็นปัญหาข้อจำกัดรื่องกำลังพลและทรัพยากร รวมถึงได้สอบถามถึงข้อมูลส่วนบุคคลและประวัติอาชญากรรมที่หลุดออกไป ซึ่งจะต้องมีการสอบสวนต่อไปว่าเกิดจากสาเหตุใด

ส่วนเรื่องการจัดการปัญหาส่วย เรื่องการบรรทุกน้ำหนักเกิน การตั้งคณะกรรมการสอบสวนต้องรอรายละเอียดเพิ่มเติมอีกครั้ง

ด้าน พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ กล่าวว่า กระบวนการดำเนินคดีเป็นความรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาล เอาผิดตาม พ.ร.บ. จราจรทางบก ซึ่งมี พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ดูแลอยู่ ส่วนจะมีเจ้าหน้าที่รัฐมีส่วนในการเรียกรับผลประโยชน์หรือไม่ เรื่องนี้ได้มอบหมายให้ทางสำนักงานจเรตำรวจแห่งชาติเป็นผู้ดูแล

สำหรับความคืบหน้ากรณีรถบรรทุกน้ำหนักเกินในพื้นที่ สน.พระโขนง ทางสำนักงานจเรตำรวจแห่งชาติจะรายงานเพิ่มเติมเข้ามาช่วงบ่ายวันนี้ ยืนยัน ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการของกฎหมาย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

MISSION THAILAND UPDATE